|
อานุภาพสวดมนต์และเสียงสาธุการ สมัยที่ท่านหลวงปู่มั่นย์พักอยู่บนดอยปะหร่อง(เชียงใหม่)กับพระอาจารย์มนู ตอนเช้าออกบิณฑบาต พอให้พรเสร็จ ท่านได้สอนให้ชาวบ้านกล่าวคำสาธุพร้อมกันดังๆท่าน(หลวงปู่มั่น) เล่าเป็นเชิงตลกว่า มือทั้งสองของพวกเขาชูขึ้นข้างบนเหมือนบั้งไฟจะขึ้นสู่ท้องฟ้า ว่างั้น วันหนึ่ง ท่านนั่งพักในส่วนที่ทำเป็นที่พักกลางวัน มีเทพพวกหนึ่งมาจากเขาจิตรกูฏ มาถามท่านว่า "เสียงสาธุ สาธุนั้น สาธุอะไร สะท้านสะเทือนทุกวัน พวกเทพทั้งหลายได้ฟัง มีความสุขไปตามๆกัน"ท่านมาพิจารณาว่า เสียงอะไร ที่ใหน จึงระลึกได้ว่า เสียงสาธุการของชาวบ้านตอนถวายทานนั่นเอง พอรับทราบแล้วพวกเทพก็กล่าวว่า"สาธุครับ" แล้วทำประทักษิณเวียนขวาลากลับไป ส่วนมากพวกเทพเขาจะทำเช่นนั้น หลวปู่มั่นเลยมาพิจารณาต่อได้ความว่า พุทธมนต์นั้นใครสวดก็ตาม จะเป็นกิจวัตรของพระสงฆ์ ทำวัตร เช้า เย็น หรือชาวพุทธทุกคน ย่อมให้ผลมากมายมหาศาล สวดมนต์เช้าเย็นธรรมดา มีอานุภาพแผ่ไปได้แสนโกกฏิจักวาล สวดมนต์เต็มเสียงสุดกู่ มีอานุภาพแผ่ไปได้อนันตจักวาล แม้สัตว์อาศัยอยู่ในสามภพ และที่สุดอเวจีมหานรก ยังได้รับความสุข เมื่อแว่วเสียงพุทธมนต์ผ่านลงไปถึงชั่วขณะชั่วครู่หนึ่ง ดีกว่าหาความสุขไม่ได้เลยตลอดกาล นี่คืออานิสงส์ของพระพุทธมนต์ หลวงปู่มั้นท่านว่าไว้อย่างนี้........... ป.ล. การสวดมนต์ถ้าสวดได้ทุกวันจะทำให้เราใจเย็นขึ้น แต่อย่าสวดแบบนกแก้วนกขุนทองนะ คือสวดอย่างตั้งใจ น้อมใจเข้าสวด แม้แต่เวลาสวด นะโม ตัสสะ ภควะโต ถ้าเราตั้งใจจริงๆใจเราก็จะโยงไป ขอนอบน้อมแด่พระผู้มีพระภาคเจ้าพระองค์นั้น, แล้วจะเกิดปิติสุข สุขแบบเย็นๆ ซาบซ่านในรสของพระธรรมคำสั่งสอน ลองๆสวดกันดูนะ นี่คือความสุขที่ไม่ต้องซื้อหา สุขได้ทุกเวลา ขอให้มีมีความสุขที่แท้จริงยั้งยืนทุกคน.........สาธุ Add a commentการถวายที่ดินในบวรพระพุทธศาสนานั้นนับว่าเป็นการทำบุญในฝ่ายวัตถุทานที่มีอานิสงส์มาก และผู้ที่ร่วมทำบุญถวายที่ดินนี้นับว่า เป็นผู้มีความฉลาดและโชคดีเป็นอย่างยิ่ง ด้วยเพราะผลทุกอย่างที่จะบังเกิดขึ้นหลังจากนี้ ไม่ว่าจะเป็น กุฏิ ห้องน้ำ โบสถ วิหาร หรือแม้แต่พระพุทธรูปทุกองค์ในวัด ตลอดจนผลแห่งธรรมทั้งปวงที่จะเกิดขึ้น ในศาสนสถาน หลังจากที่ได้ซื้อที่ดินถวายนี้ ผู้นั้นจะได้รับผลแห่งกุศลดังกล่าวทั้งหมด เพราะทุกอย่างล้วนปลุกสร้างหรือบังเกิดขึ้นได้ก็ด้วยผืนแผ่นดินที่เราได้เป็นผู้ถวาย โดยเฉพาะเมื่อสถานที่แห่งนั้นได้เป็นสถานที่เป็นเหตุปัจจัยแห่งการสร้างสาธุชน และเป็นเหตุให้บังเกิดพระอริยะบุคคล อันมีพระโสดาบันเป็นต้น ตลอดจนถึงพระอรหันต์เป็นที่สุดแล้วนั้น ผู้ที่มีส่วนร่วมในการซื้อที่ดินถวายในบวรพระพุทธศาสนาแห่งนั้นก็จักได้รับอานิสงส์ดังกล่วาด้วย ยังจะเป็นบุญหนุนนำทำให้ผู้นั้นเจริญด้วยทั้งทางโลกและทางธรรมยิ่งๆขึ้นไปหากจักปราถนาพระนิพานในปัจจุบันชาติหากผู้นั้นทำกำลังใจเต็มบริบูณทั้ง ๑๐ ประการแล้วการหวังซึ่งพระนิพานในปัจจุบันชาติก็มิใช่สิ่งที่เป็นไปไม่ได้ จึงจักได้ขอกล่าวอานิสงส์ส่วนหนึ่ง อันจะบังเกิดจากการได้ถวายที่ดินเพื่อสร้างวัด หรือสถานที่สำหรับที่ปฏิบัตธรรมให้สาธุชนทั้งหลายได้มาทำความดี ทั้งการทำทานรักษาศีล และเจริญภาวนา เพื่อเป็นกำลังใจแก่ผู้มีจิตศรัทธาทุกท่าน ดังได้เรียบเรียงมาดังนี้ ๑.จักได้เกิดในถิ่นที่เป็นปฏิรูปเทส เหมาะแก่การทำความดี สร้างบุญบารมียิ่งๆขึ้นไป ๒.ทำให้ชีวิตมีแต่ความเจริญรุ่งเรืองไม่ตกต่ำ ๓.มีความรื่นรมย์ทั้งในโลกมนุษ์ และเทวโลก ๔.ปราถนาสิ่งไดที่เป็นบุญกุศล ย่อมสำเร็จได้โดยง่ายเป็นอัศจรรย์ ๕.ได้รูปกายที่สวยงาม เพียบพร้อมบริบูรณ์ด้วย รูปสมบัติ ทรัพย์สมบัติ มนุษย์สมบัติ วรรณะสมบัติ ปัญญาสมบัติ บริวารสมบัติ ๖.ได้เป็นเทวดามีศักดิ์ยิ่งใหญ่ มีทิพย์สมบัติที่รุ่งเรืองตลอดจนมีทิพย์วิมานอันใหญ่โต และมีอานาเขตกว้างใหญ่ไพศาล ๗.มีความสง่างามเป็นที่เคารพนับถือศรัทธาของมนุษย์และเทวดาทั้งหลาย ๘.มีพร้อมด้วยสุข ๓ ประการเข้าถึงพระธรรมคำสอนของพระพุทธเจ้าได้โดยง่ายและมีนิพานเป็นที่ตั้งโดยไม่เนิ่นช้า ๙.จะได้เป็นใหญ่เป็นโต เกิดในภายภาคหน้าจะมีที่ดินเป็นของตนเองและเป็นที่ดินทำเลดีเป็นที่ต้องการของคนทั้งหลาย จะไม่เป็นคนเร่ร่อนอดอยาก ๑๐.ไม่ว่าเราจะไปอยู่ที่ใหนประเทศใดแผ่นดินนั้นจะเจริญงอกงามเหมาะแก่การประกอบสำมาชีพตามปราถนาเป็นทำเลดีค้าขายก้าวหน้า ปลูกพืชก็ให้ดอกออกผลงามกว่าที่ใดๆ
หมายเหตุ..ทั้งนี้ยังมิได้แจกแจงผลบุญที่จะทำให้บังเกิดในสวรรค์ภูมิ และสุขติภูมต่างๆ นับจำนวนกัปป์ไม่ถ้วน ตลอดจนทิพย์สมบัติอีกมากมาย ซึ่งเป็นผลแห่งทั้ง สังฆทาน วิหารทาน และธรรมทาน อันจะบังเกิดขึ้นจากการถวายที่ดินนี้เป็นเหตุอีกนานานับประการ |
เจริญพระพุทธมนต์และบทสวดมหาสมัยสูตร





